สมาธิคืออะไร

Study buddhism what is meditation

การทำสมาธิในชีวิตประจำวัน

 จุดประสงค์ของการทำสมาธิ มิใช่เพียงเพื่อเกิดความสงบ หรือจิตนิ่งมากขึ้น หรือมีความรัก มากขึ้นในขณะที่เราทำสมาธิที่บ้าน แต่เพื่อให้เกิดผลจริงในชีวิตประจำวัน หากเราทำสมํ่า เสมอทุกวัน ก็จะกลายเป็นนิสัย เป็นปกติ มีอารมณ์ดีได้ทุกเวลา ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน จนในที่สุดก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปที่เป็นไป ตามธรรมชาติ  เราเป็นคนที่สงบ มีความรักและมีสมาธิดี ได้ง่าย โดยไม่ต้องใช้ความพยายาม มากมายแต่อย่างใด

ในยามที่เราโกรธหรือไม่พอใจ สิ่งที่เราทำได้ คือเตือนตนเอง “มีความรักความเมตตาให้มากขึ้นกว่าเดิม” เนื่องจากการปฏิบัติสมาธิอย่างสมํ่าเสมอ จะช่วย ให้เราคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับสภาพจิตใจนี้ และเมื่อนั้น เราก็สามารถสร้างความรักความเมตตา ให้เกิดขึ้นได้เองตลอดเวลา

ไม่มีใครเป็นคนสมบูรณ์แบบ เราต่างมีนิสัยที่เสียที่อยากจะกำจัดมันทิ้งทั้งนั้น โชคดีที่ว่านิสัย ที่ไม่ดีเหล่านั้นไม่ได้ถูกสลักอย่างถาวรบนหิน โดยที่จะแก้ไขไม่ได้เลย การเปลี่ยนแปลงตน เองไปในทางที่ดี ต้องอาศัยความเพียรพยายาม พวกเรา สวนมากใช้เวลา หลายๆชั่วโมงเข้าโรง ยิมออกกำลังกายกัน แต่ลืมที่จะออกกำลังทางใจที่เป็นของมีค่ามากที่สุด ช่วงเริ่มต้นทำอาจ จะทำยากสักหน่อย แต่เมื่อเห็นผลแล้ว เราก็จะพบว่ามันคุ้มค่ากับการลง ทุนเวลาให้กับจิตใจ

สมาธิเป็นวิธีการหนึ่งที่พัฒนาจิตใจให้เกิดสภาพจิตที่ดี เราทำสมาธิจนเกิดสภาพจิตบางอย่างที่กลายเป็นนิสัยเพราะทำหลายๆครั้ง สมาธิส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางกาย ในทางกายภาพ การทำสมาธิเพิ่มรอยหยักหรือเส้นทางเดินใหม่ๆให้เกิดขึ้นในสมอง

ประโยชน์ของสมาธิ 

สมาธิช่วยให้เกิดผลดีต่างๆต่อสภาพจิตใจมากมาย

  • ก่อให้เกิดความผ่อนคลาย ลดความเครียด
  • มีพลังในการจดจ่อหรือพุ่งเป้ามากกว่าแตกซ่านกระจายออกไป
  • สงบเยือกเย็นกว่าเดิม ไม่วิตกกังวลตลอดเวลา
  • เข้าใจตนเองและชีวิตของตนและผู้อื่นดียิ่งขึ้น
  • พัฒนาอารมณ์ในทางบวกมากขึ้น คือ ความรักและความเมตตา

พวกเราส่วนมากต้องการมีจิตใจที่สงบ สะอาดและมีความสุขมากกว่า หากเกิดความเครียด หรือมีสภาวะจิตในทางเป็นทุกข์ภาวะแล้ว เราก็จะไม่มีความสุข มีผลต่อสุขภาพอนามัย และอาจทำให้หน้าที่การงาน ชีวิตครอบครัวและมิตรภาพพังหรือล้มเหลวลงได้

หากเรามีความเครียดและอารมณ์เสียอยู่เป็นประจำ เราน่าจะหาหนทาง หรือวิธีการมาช่วย เช่น การทำสมาธิเป็นต้น สมาธิช่วยให้เราเอาชนะข้อบกพร่องหรือข้อเสียต่างๆทางอารมณ์ โดยไม่มีผลเสียข้างเคียง

เราต้องมีความเข้าใจที่ถูกต้องเป็นจริงต่อการทำสมาธิ สมาธิเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ ช่วยบรรลุผลที่ดี แต่สมาธิไม่ใช่จะเยียวยารักษาทุกอย่างอย่างทันทีทันใด ผลสำเร็จจะเกิดขึ้น ได้ ไม่ได้มาจากวิธีการเดียว แต่เกิดขึ้นจากหลายๆสาเหตุและปัจจัย ตัวอย่างเช่น สมาธิช่วย เราได้หากเรามีความดันโลหิตสูง แต่จะเกิดผลที่ดีกว่าหากเราเปลี่ยนสุขลักษณะอาหารการ กิน มีการออกกำลังกาย และทานยากำกับควบคู่กันไป

ประเภทของสมาธิ

การทำสมาธิมีหลายรูปแบบด้วยกัน แม้ว่าสมาธิจะช่วยให้ใจสงบ แต่นั่นก็ไม่ใช่เป้าหมายสุด ท้ายของการทำสมาธิ อย่างไรก็ตาม การลดความเครียดเสียก่อนนั้นสำคัญอย่างมาก ก่อนที่จะ พัฒนาสู่เป้าหมายที่แท้จริง หรือการก้าวไปสู่สภาพที่ดีกว่า จิตใจควรจะรู้สึกผ่อนคลายและ สงบก่อน โดยการจดจ่อไปที่ลมหายใจก่อนที่จะก้าวไปสู่การทำสมาธิในทางพุทธศาสนาทั้ง สองแบบสลับกันไป คือ วิปัสนากรรมฐาน และสมถะกรรมฐาน

วิปัสนากรรมฐาน หรือเป็นที่รู้จักว่า “แนวทางการวิเคราะห์เพื่อรู้แจ้ง” คือ มองเห็นสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง เพื่อยกระดับจิตใจให้ดีขึ้นเป็นลำดับ จนเกิดสภาวะของความรักความ เมตตา หรือเราใช้การวิเคราะห์เพื่อรู้แจ้งในเหตุการณ์ หรือสถานการณ์หนึ่ง อันนำมาสู่ความ เข้าใจที่ถูกต้อง เช่น มองหรือเห็นอาการต่างๆมีความเป็นอนิจจังหรือความไม่เที่ยงเป็นต้น  เราอาจสร้างจินตภาพในบางสิ่ง เพื่อให้เกิดคุณสมบัติที่ดีงามของจินตภาพนั้น เช่น สร้าง จินตภาพของพระพุทธเจ้า และพยายามเพ่งมองภาพให้ชัดเจน จนแลเห็นคุณลักษณะความ เป็นพุทธเจ้า

ส่วนสมถะกรรมฐาน หรือจิตเกิดสภาวะสงบนิ่ง  เราใช้ทั้งแนวทางของการเจริญสติและ สมาธิในการจดจ่อจิต เพื่อคงสภาพจิตที่ดีให้นานเท่าที่จะทำได้ เราใช้วิธีการนี้ เพื่อให้จิตมี สมาธิมีกำลัง ไม่สัดส่ายวอกแวกออกไป เพราะเพ่งจดจ่อไปที่จินตภาพที่เกิดขึ้นมา

เราสลับเปลี่ยนหมุนเวียนการทำสมาธิสองแบบนี้ เมื่อเราได้สร้างจินตภาพนั้น และรับรู้เห็น ถึงสภาพจิตที่เป็นบวกจากจินตภาพของวัตถุที่เราสร้างขึ้น เราตั้งมั่นให้จิตสงบนิ่งมั่นคงอยู่ ในภาวะนั้น ยามใดที่สมาธิอ่อนลงหรือเราเสียสมาธิ ให้เราค่อยๆสร้างจินตภาพแบบเดิมนั้น ขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง และรับรู้เห็นสภาพจิตที่เป็นบวกดังกล่า

การทำสมาธิในชีวิตประจำวัน

 จุดประสงค์ของการทำสมาธิ มิใช่เพียงเพื่อเกิดความสงบ หรือจิตนิ่งมากขึ้น หรือมีความรัก มากขึ้นในขณะที่เราทำสมาธิที่บ้าน แต่เพื่อให้เกิดผลจริงในชีวิตประจำวัน หากเราทำสมํ่า เสมอทุกวัน ก็จะกลายเป็นนิสัย เป็นปกติ มีอารมณ์ดีได้ทุกเวลา ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน จนในที่สุดก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปที่เป็นไป ตามธรรมชาติ  เราเป็นคนที่สงบ มีความรักและมีสมาธิดี ได้ง่าย โดยไม่ต้องใช้ความพยายาม มากมายแต่อย่างใด

ในยามที่เราโกรธหรือไม่พอใจ สิ่งที่เราทำได้ คือเตือนตนเอง “มีความรักความเมตตาให้มากขึ้นกว่าเดิม” เนื่องจากการปฏิบัติสมาธิอย่างสมํ่าเสมอ จะช่วย ให้เราคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับสภาพจิตใจนี้ และเมื่อนั้น เราก็สามารถสร้างความรักความเมตตา ให้เกิดขึ้นได้เองตลอดเวลา

ไม่มีใครเป็นคนสมบูรณ์แบบ เราต่างมีนิสัยที่เสียที่อยากจะกำจัดมันทิ้งทั้งนั้น โชคดีที่ว่านิสัย ที่ไม่ดีเหล่านั้นไม่ได้ถูกสลักอย่างถาวรบนหิน โดยที่จะแก้ไขไม่ได้เลย การเปลี่ยนแปลงตน เองไปในทางที่ดี ต้องอาศัยความเพียรพยายาม พวกเรา สวนมากใช้เวลา หลายๆชั่วโมงเข้าโรง ยิมออกกำลังกายกัน แต่ลืมที่จะออกกำลังทางใจที่เป็นของมีค่ามากที่สุด ช่วงเริ่มต้นทำอาจ จะทำยากสักหน่อย แต่เมื่อเห็นผลแล้ว เราก็จะพบว่ามันคุ้มค่ากับการลง ทุนเวลาให้กับจิตใจ

Top