หลักการพุทธศาสนา 5 ข้อในการดำเนินธุรกิจ

พุทธศาสนาสำหรับความเข้าใจของคนทั่วไปเกี่ยวข้องกับเรื่องสมาธิภาวนา แต่ทว่าพุทธศาสนามีองค์ความรู้แจ้งหลายประการ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับทุกศาสตร์ทุกแขนง เราลองมาดูหลักการพุทธศาสนาที่ช่วยในการดำเนินธุกิจหรือโครงการ

มีเป้าหมายที่ชัดเจน

พุทธศาสนาเน้นยํ้าอย่างมากถึงการมีเป้าหมายและทิศทางที่ชัดเจนก่อนลงมือในธรรมปฏิบัติ เป้าหมายของพุทธศาสนาคือ การกำจัดอารมณ์ขุ่นมัวที่เกิดขึ้นทางใจ และตะหนักศักยภาพของจิตใจและหัวใจในการพัฒนาไปถึงระดับสูงสุด สภาวะท้ายสุดนี้เรียกว่า “การตรัสรู้”

ในหลักการคล้ายคลึงกันนี้ เมื่อเราเริ่มโครงการใดๆหรือทำธุรกิจ สิ่งสำคัญคือการวางเป้าหมายให้ชัดเจน โครงการนี้มุ่งหวังผลกำไรหรือไม่ ธุรกิจที่จะทำนี้เป็นธุรกิจเพื่อแก้ปัญหายุ่ายากที่ลูกค้ากำลังประสบใช่หรือเปล่า ยิ่งมีเป้าหมายชัดมากเท่าใด ยิ่งจะดำเนินงานได้ง่ายขึ้น และจะไปสู่เป้าหมายได้รวดเร็วมากเท่านั้น

ยึดหลักการเหตุและผล

เมื่อมีเป้าหมายที่ชัดเจน ขั้นต่อไปคือ พิจารณาดูว่าวิธีการใด หรือสาเหตุประการใดที่จะนำไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ เหตุที่นำไปสู่การตรัสรู้ คือ การกำจัดหรือหยุดความประพฤติปฏิบัติที่เป็นภัยอันตราย และฝึกจิตให้เกิดมีคุณภาพที่ดีเป็นกุศล ดำรงชีวิตที่เป็นคุณเป็นประโยชน์ เข้าใจโลกตามความเป็นจริงและพร้อมที่จัดการแก้ปัญหา

ในกรณีของการดำเนินธุรกิจ เราต้องใช้ความเป็นเหตุผล เพื่อหาสาเหตุอันจะนำไปสู่เป้าหมายสุดท้ายที่วางไว้ ขั้นตอนนี้เหมือนกับวิศวกรรมย้อนกลับ กล่าวคือ เราตั้งเป้าหมายงานตามที่ต้องการ และทำงานย้อนกลับเพื่อหาผลที่ตั้งเป้านั้น ขั้นตอนนี้ช่วยนิยามหรือหาขั้นตอนที่จำเป็น เพื่อบรรลุเป้าหมายและวางพื้นฐานที่ดี เป็นทิศทางของตัวโครงการ

ความกรุณานำมาใช้แก้ปัญหาให้ลูกค้า

ความกรุณา เป็นข้อหนึ่งของหลักการพุทธศาสนาที่สำคัญที่สุด ดังปรากฏในคำสอนของพระพุทธเจ้าว่า 

ความกรุณาคือความปราถนาเพื่อให้ผู้อื่นพ้นทุกข์

แล้วเกี่ยวอะไรกับการทำธุรกิจด้วย ธุรกิจเป็นงานที่แก้ปัญหาให้กับลูกค้า ถ้าธุรกิจไหนที่แก้ปัญหาได้ดีกว่า ก็จะเอาชนะคู่แข่งขันที่สำคัญ ดังนั้น การเข้าใจในปัญหาของลูกค้าและมีความเห็นใจที่จะช่วยเหลือ คือ หัวใจสำคัญ เราต้องมองเห็นตัวปัญหาที่ลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายประสบอยู่ และพยายามแก้ปัญหาให้ดีที่สุด  ความกรุณาเป็นรากฐานสำคัญ คือ ลูกค้ามาก่อนเสมอ หรือยุทธศาสตร์ของธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับผู้ใช้ผู้บริโภค

ความเป็นอนิจจัง  การปรับตัวตามโลกที่เปลี่ยนแปลง

 หลักวิเคราะห์พุทธศาสนาช่วยเราเข้าใจเห็นแจ้งความจริงที่ว่า สรรพสิ่งเปลี่ยนแปลงทุกขณะ ตัวเราเอง สิ่งแวดล้อม และคนทั้งหมดรอบๆเรา เรามักจะผูกติดกับความคิดที่เห็นด้ง่ายหรือลงตัว แต่ในความจริงที่เปลี่ยนแปลงทุกขณะนี้ การยึดติดกับความคิด กฏต่างๆ ทฤษฎี เป็นความคิดที่แคบ ดื้อรั้นและไม่ยืดหยุ่นเอาเสียเลย

ขอยกตัวอย่างการให้ความบันเทิงของ Netflix พวกเขาเห็นว่าอินเตอร์เน็ตเปลี่ยนแปลงสื่อบริโภคโดยสิ้นเชิง ในสมัยก่อน คนที่คิดแบบเก่า มองว่ามีหนทางเดียวของการใช้บริการวิดีโอ คือ เช่ายืมดีวีดีจากร้าน แต่ Netflix เห็นว่ามีหนทางที่ง่ายกว่า คือ การรับชมรายการบันเทิงทางทีวีออนไลน์โดยไม่จำกัด แต่ก่อนธุรกิจการบริโภคสื่อทั้งหมดไม่ได้ตระหนักถึงความไม่แน่ไม่นอนของตลาด และนิสัยของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป แต่ Netflix เห็นก่อนใครและเปลี่ยนอุตสาหกรรมทั้งหมดโดยสิ้นเชิง

หลักคุณธรรมจริยธรรม : เคราพตัวท่าน ผู้ร่วมงานและผู้บริโภค

หลักจริยธรรมพุทธศาสนาอยู่บนพื้นฐานของหลักการอหิงสา คือ การไม่ใช่ความรุนแรง เราเข้าใจว่าทุกคนต้องการมีความสุข ไม่ต้องการความทุกข์ ถ้าเราใช้ชีวิตบนหลักการนี้และพยายามหลีกเลี่ยงไม่เบียดเบียนผู้อื่น เราจะได้รับการเคราพรักและความไว้เนื้อเชื่อใจ

ถ้าเราเคราพรักเพื่อนของเรา ความไว้เนื้อเชื่อใจและความเข้าใจก็จะมีขึ้นในหมู่ผู้ร่วมงานเดียวกัน เราเลี่ยงไม่พูดสิ่งไม่ดีทั้งลับหลังหรือต่อหน้า พยายามทำสิ่งต่างๆให้โปร่งใส ยิ่งเราเคราพลูกค้าของตนมากเท่าใด เราก็จะยิ่งได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจตอบกลับมามากเท่านั้น บริษัทที่ใหญ่ๆ เช่น เซปโปส (Zappos) เขาวางธุรกิจบนหลักการเคราพความต้องการของลูกค้า และพนักงานทำงานอย่างใจเย็นและโปร่งใส

สรุป

เราใช้หลักการทางพุทธศาสนา 5 ข้อ ในการดำเนินงานทางธุรกิจให้เจริญเติบโต ได้แก่

  • มีเป้าหมาย
  • ตั้งบนหลักการเหตุและผล
  • สร้างความเห็นอกเห็นใจและความกรุณาแก่ลูกค้า
  • ระลึกเสมอว่าทุกสิ่งเป็นอนิจจัง พร้อมมีการปรับตัว ยืดหยุ่นและพัฒนาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ
  • ยึดหลักคุณธรรมจริยธรรม และเคราพรักเพื่อนร่วมงานและลูกค้า
Top